<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>South See</title>
	<atom:link href="http://southseemag.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://southseemag.wordpress.com</link>
	<description>Just another WordPress.com weblog</description>
	<pubDate>Tue, 22 Jan 2008 09:36:11 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=MU</generator>
	<language>th</language>
			<item>
		<title>ตากใบ:บทเรียนความมั่นคงแบบหวาดระแวง</title>
		<link>http://southseemag.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://southseemag.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Jan 2008 09:36:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>southseemag</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://southseemag.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%87/</guid>
		<description><![CDATA[                                                 ตากใบ: บทเรียนความมั่นคงแบบหวาดระแวง*                                                                                                            ประทับจิต นีละไพจิตร**
                                              &#8220;คนๆ เดียวที่กล้าหาญ ก็ทำให้เกิดเสียงส่วนใหญ่ได้&#8221;
                                       Andrew Jackson ประธานาธิบดีลำดับที่ 7 ของสหรัฐอเมริกา
ครบรอบเหตุการณ์สลายการชุมนุมโดยใช้ความรุนแรงบริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอตากใบ จ.นราธิวาส ที่ผ่านมาทุกครั้ง รวมทั้งครั้งนี้ น่าสนใจ..
ครบรอบปีแรก เป็นช่วงที่พรรคไทยรักไทย นำโดยพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ได้รับการเลือกตั้งกลับมาเป็นรัฐบาลวาระที่สองด้วยคะแนนเสียงล้นหลาม นอกจากนั้นยังเป็นช่วงเวลาเพียงไม่นานที่คณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.) เปิดเผยผลสอบกรณีมีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์อำเภอตากใบ จ.นราธิวาส ฉบับเต็ม (ตั้งแต่เดือนเมษายน 254  และสองเดือนจากนั้นศาลจังหวัดนราธิวาสแถลงเปิดคดีอาญาฟ้องเอาผิดผู้ชุมนุมจำนวน 58 คน ในข้อหาร่วมกันก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองและข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (ใช้กำลังประทุษร้ายผู้ชุมนุม)
ครบรอบปีที่ 2 เกิดขึ้นภายหลังการรัฐประหารโดยคณะปฏิรูปการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) เมื่อเดือนกันยายน 2549 คปค. ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับที่ 16 ทิ้ง โดยอ้างความจำเป็นในการเรียกคืนความเป็นธรรมแก่กรณีละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งหลายอันรัฐบาล พ.ต.ท. ทักษิณ ได้เคยก่อไว้โดยอาศัยช่องว่างของรัฐธรรมนูญฉบับนั้น หลังวันครบรอบปีที่สองเพียงไม่นาน จากการรณรงค์ของภาคประชาสังคม อัยการก็ถอนฟ้องผู้ชุมนุมทั้ง 58 คน ด้วยเหตุผลว่าการดำเนินคดีต่อไปจะไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคม และจะทำให้เกิดความแปลกแยกมากขึ้น [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://southseemag.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>วิวาทะความรุนแรงที่ชายแดนใต้ ระหว่างเยาวชนนักต่อสู้ที่ไม่ปฏิเสธความรุนแรงกับเยาวชนนักสันติวิธี</title>
		<link>http://southseemag.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://southseemag.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Jan 2008 09:32:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>southseemag</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://southseemag.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</guid>
		<description><![CDATA[                                                              วาทะความรุนแรงที่ชายแดนใต้
                                           ระหว่างเยาวชนนักต่อสู้ที่ไม่ปฏิเสธความรุนแรงกับเยาวชนนักสันติวิธี*
                                                                                                             เอกรินทร์ ต่วนศิริ**
ปฏิกิริยาคืนสนอง
ฉบับที่ 1 เยาวชนนักต่อสู้ที่ไม่ปฏิเสธวิธีการรุนแรง ถึง เยาวชนนักสันติวิธี
ขอความสันติจงมีแด่ท่าน &#8230;เพื่อนรัก
นับตั้งแต่รัฐปาตานีดารุสสลามได้ถูกผนวกกับรัฐสยาม ประชาชนที่ปาตานีได้ถูกกดขี่ ถูกเอารัดเอาเปรียบมาโดยตลอด แม้ว่าทางประชาชนที่นี้ได้ร่วมกันต่อสู้มาอย่างยาวนานในช่วงเวลาที่เรานั้นได้ถูกผนวกเข้ามากับรัฐสยาม ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ด้วยสันติวิธี การต่อสู้ด้วยกองกำลังต่างๆ แต่สุดท้ายก็ไม่ประสบกับความสำเร็จ
จนกระทั่งปัจจุบันนี้ การต่อสู้ของพี่น้องที่ปาตานีได้เริ่มขึ้นมาอีกครั้ง ตั้งแต่เหตุการณ์ปล้นปืนเมื่อปี 2547 จนถึงปัจจุบัน การต่อสู้ก็ยังคงดำเนินต่อไป และหวังว่าครั้งนี้การต่อสู้ของพวกเราจะประสบกับความสำเร็จ เพราะสถานการณ์ในปัจจุบันมีความพร้อมมากกว่าอดีตเป็นอย่างมาก แต่พวกเราก็อดสลดหดหู่ใจต่อปฏิกิริยาที่เป็นอริของเพื่อนชาวมุสลิมมาลายูปาตานีของผมบางคนไม่ได้ ผมรู้สึกติดค้างพวกเขาทางใจใคร่จะอธิบายให้ฟัง ว่าทำไมพวกเราจึงต้องใช้ความรุนแรงในการต่อสู้ แม้ว่าจะมีผู้นำมุสลิมบางคนที่พยายามนำหลักการของศาสนามาตีความว่า &#8220;การฆ่าคนหนึ่งคนเหมือนกับการฆ่าคนทั้งโลก&#8221; และทำไมเราจึงอาจหาญในการก่อการเช่นนั้นได้ ผมอยากจะเริ่มที่ประวัติศาสตร์ของปาตานีสักเล็กน้อย
รัฐปาตานีเป็นรัฐอันยิ่งใหญ่ เป็นจุดศูนย์กลางทางด้านการค้าของภูมิภาคในบริเวณนี้ เป็นรัฐอิสลามที่มีความยิ่งใหญ่ทางด้านประวัติศาสตร์ของศาสนาอิสลามที่มีคนนับถือทั่วโลกอีกด้วย มีนักประวัติศาสตร์มากมายที่กล่าวว่า &#8220;ปาตานีเป็นระเบียงของมักกะฮ์&#8221; นั่นหมายถึงปาตานีที่มีความเจริญรุ่งเรื่องทั้งความรู้ของบรรดาเหล่าอุลามาอ์นักวิชาการ และยังได้รับการยอมรับในระบบการศึกษาด้านศาสนาแห่งยุคสมัยนั้น
หลังจากการการล่มสลาย รัฐปาตานีถูกสยามแบ่งออกเป็น 7 หัวเมืองต่างๆ เพื่อทำลายความเข้มแข็งแล้วสถาปนาความอ่อนแอ แน่แท้ว่านั่นเป็นแผนการของพวกล่าอาณานิคมในสมัยก่อน โดยให้เจ้าเมืองปกครองดูแลพวกเรา แต่เจ้าเมืองที่มาดูแลพี่น้องที่ปาตานีก็เป็นผู้ที่รับใช้ของรัฐสยามที่ปกครองพวกเราด้วยการข่มขี่พวกเรามาโดยตลอด นี่เป็นปรากฏการณ์ของความร่วมมือระหว่างสยามกับพวกชนชั้นนำเจ้าปาตานีเท่านั้น และแน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ใส่ใจต่ออุดมการณ์ของอิสลามแต่อย่างใด
ขณะเดียวกันสังคมมุสลิมทั้งหลายเองก็ทรยศต่อหลักการศาสนาของตัวเอง ทำให้พวกเขาเสื่อมทรามถอยลงและตกเป็นเหยื่อได้โดยง่าย ยิ่งเหล่าพวกชนชั้นนำที่เป็นเหล่ากษัตริย์ซึ่งปกครองพวกเราในสมัยรัฐปาตานี ก็ยังไปรับใช้พวกรัฐสยามเพียงเพื่อความอยู่รอดของพวกเจ้าปาตานีเท่านั้น หาใช่จะดูแลเราอย่างยุติธรรมไม่ พวกเขากลับกลายเป็นพวกมุนาฟิกในทรรศนะของอิสลาม ทว่าเราก็คิดว่าชีวิตพวกเขาน่าสงสารยิ่งนัก
ความรุนแรงเป็นหนทางเดียวที่จะบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ เพราะมันอาจจะเป็นภาษาเดียวที่พวกผู้กดขี่จะเข้าใจ แต่พวกเขาอาจจะเข้าใจอยู่แล้วก็ได้เพราะพวกเขานั้นได้มอบความรุนแรงในการดูแลพวกเรามาโดยตลอดเวลา เราต้องอาศัยการต่อสู้แบบอิสระ โดยทุกคนมีสิทธิในการคิด [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://southseemag.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ช่องว่างระหว่างนักศึกษากับเจ้าหน้าที่รัฐ</title>
		<link>http://southseemag.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9/</link>
		<comments>http://southseemag.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Jan 2008 09:23:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>southseemag</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://southseemag.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9/</guid>
		<description><![CDATA[                                                                                                                          อิสมาแอล หวังและ1
ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ก่อตัวขึ้นได้สร้างความหวาดกลัวในพื้นที่เป็นอย่างยิ่ง ขณะที่กระแสความไม่เข้าใจของสังคมส่วนใหญ่ต่อศาสนา และวัฒนธรรมในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มีเพิ่มขึ้น ซึ่งหากปล่อยปะละเลยก็จะไม่เป็นผลดีต่อสังคมอย่างแน่นอน แต่ทว่าภาวะความไม่สงบเหล่านี้นี่เอง ที่ได้ก่อตัวผู้ที่มีจิตช่วยเหลือขึ้นมาหลายกลุ่ม หนึ่งในนั้น คือ กลุ่มนักศึกษาที่ในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (มอ. ปัตตานี) ที่รู้จักกันในนาม &#8220;กลุ่มอิสระทำกิจกรรมสามจังหวัดชายแดนใต้&#8221; หรือ &#8220;กลุ่มอิสระเคลื่อนไหวทางสังคม&#8221; ซึ่งรวมกลุ่มมาจากองค์กรกิจกรรมต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัยเพื่อมุ่งศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
จุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ปัญหา พวกเขาเองก็ไม่ได้เข้าใจกับปัญหาที่เกิดขึ้นมากนัก แต่ด้วยข้อสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นในพื้นที่แห่งนี้ กอปรกับความไม่เข้าใจของสังคมส่วนใหญ่ต่อศาสนาและวัฒนธรรมในสามจังหวัดชายแดนใต้ จึงได้นำพวกเขาไปสู่การเรียนรู้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้ผ่านการลงพื้นที่เก็บข้อมูลจากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น
ลงขัน&#8221; เป็นคำพูดที่มักได้ยินบ่อยครั้ง เมื่อถึงเวลาลงพื้นที่เพราะนั่นคือการควักเงินจากกระเป๋าตังค์ตัวเอง แล้วมารวมกันเพื่อจะนำไปเหมารถสองแถวลงสู่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาซึ่งเป็นที่สงสัยอย่างมากในช่วงเวลานั้น นั่นก็คือการหายตัวไปของชาวบ้าน
จากเงินในกระเป๋าซึ่งเป็นตังค์ของแม่ นำไปสู่การเรียนรู้นอกพื้นและได้พบกับข้อมูลที่น่าตกใจยิ่งนัก เมื่อได้เจอและพูดคุยกับชาวบ้านที่ได้บอกถึงการหายตัวไปของชาวบ้านในพื้นที่ว่าโดนอุ้ม การเรียนรู้นอกพื้นที่จึงนำไปสู่การท้าทายยิ่งขึ้นเมื่อข้อมูลตกมาอยู่ในมือ สิ่งที่คิดในขณะนั้น คือ เราจะทำอย่างไรกันต่อ
ลำพังคนเพียงห้าหกคนคงไม่มีพลังในการจะเป็นกระบอกเสียงต่อสังคมกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้มากนัก แต่สิ่งที่สามารถทำได้ขณะนั้นคือการนำสิ่งที่ได้รับรู้ ไปบอกต่อกับเพื่อนนักศึกษาด้วยกันเพื่อสะกิดและจุดประกายความคิดเพื่อนนักกิจกรรมในรั้วมหาวิทยาลัย การรวมกลุ่มก็เกิดขึ้นนำไปสู่การลงพื้นที่ร่วมกันโดยอาศัยจากงบประมาณเดิม คือ ลงขันเช่ารถสองแถว
ถึงแม้จะเป็นนักศึกษารั้ว มอ.ปัตตานี ก็ใช่ว่าจะง่ายดายต่อการเข้าถึงชาวบ้าน เพราะในขณะนั้นความไม่ไว้วางใจได้เกิดขึ้นแล้ว การลงพื้นที่ในช่วงแรกๆต้องอาศัยความอดทนยิ่งนัก แต่เมื่อได้สัมพันธ์กับชาวบ้านหลายๆ ครั้ง ความยากลำบากก็ได้จางหายเพราะชาวบ้านให้ความไว้วางใจมากขึ้น ประกอบกับภาษามลายูที่ตัวนักศึกษาเองพอสื่อสารได้ อีกทั้งยังมีชุดนักศึกษาสีขาวที่บ่งบอกถึงความบริสุทธิ์ใจ การพบปะพูดคุยจึงง่ายขึ้นและในหลายๆ ครั้ง ชาวบ้านจะชวนขึ้นบ้านแล้วเลี้ยงอาหาร พร้อมผลหมากรากไม้เยอะแยะมากมาย สดๆ จากสวนให้รับประทาน เหล่านี้เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความไว้วางใจต่อนักศึกษา
หลังจากนั้น [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://southseemag.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>สวนของปราชญ์ขี้เกียจในพื้นที่สีแดง</title>
		<link>http://southseemag.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%8d%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://southseemag.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%8d%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Jan 2008 09:19:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>southseemag</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://southseemag.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%8d%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%99/</guid>
		<description><![CDATA[                                                                                                                        นพพล อาชามาส1
เมื่อเราไปถึงบ้านสวนใกล้แม่นำสายบุรีก็เป็นเวลาเย็นแล้ว เจ้าของบ้านออกมายิ้มแย้มต้อนรับ พร้อมผลหมากรากไม้ที่เก็บจากสวนตัวเองเป็นถังๆ
&#8220;ชาวบ้านหลายคนมารอตั้งแต่บ่ายๆ กลับไปกันหมดแล้วละ&#8221; แบยาที่ถูกขนานนามว่าเป็น ‘ปราชญ์ชาวบ้าน&#8217; พูดถึงเหล่าเพื่อนบ้านที่มารอพูดคุยกับเรา แต่ปัญหาบางประการทำให้เรามาล่าช้ากว่ากำหนด เราจึงได้พบเพียงแบยา เจ้าของบ้าน ที่รออยู่เพียงคนเดียว
แบยา หรือ มะดามิง อารียู ชายมุสลิมวัยกลางคน อยู่ในชุดสบายๆ เสื้อตัวบางและโสร่งสีขาว หมวกกอปิเยาะห์ที่สวมใส่ก็เป็นสีขาว ดูตัดกับหนวดเคราสีดำยาว แต่แววตากลับนิ่มนวลดูเป็นมิตร บ้านสวนพื้นที่ประมาณ 4 ไร่ของแบยาตั้งอยู่ในหมู่บ้านเกะรอ อ.รามัน จ.ยะลา ซึ่งเป็นพื้นที่หนึ่งในหลายๆ ที่ ที่ถูกประกาศเป็นพื้นที่สีแดงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
รถสองแถวที่เรานั่งมาจอดอยู่บนลานโล่งหน้าบ้าน บ้านเป็นบ้านใหญ่ และกว้าง โครงเดิมเป็นไม้แต่ซ่อมแซมปรับปรุงด้วยปูนและสังกะสี หน้าบ้านมีต้นเงาะผลแดงสุกปลั่งเต็มต้นตั้งตระหง่านอยู่ มีอาคารหลังเล็กชั้นเดียวอีกหลังติดกับสวน ทำหน้าที่เป็นวิทยาลัยชุมชน สอนความรู้ทั้งด้านการเกษตรและด้านศาสนา สวนด้านหลังปกคลุมด้วยไม้ใหญ่หนาทึบและเขียวสด ดูเหมือนป่ามากกว่าจะเป็นสวน อุดมไปด้วยผลไม้หลากชนิด ทั้งทุเรียน มังคุด ลองกอง สะตอ และสมุนไพรอีกนานา
เรานั่งพักพูดคุย ทำความรู้จักกันบนแคร่ไม้หน้าผืนป่า ข้างๆ แคร่เป็นเปลนอนใต้ร่มไม้ ชาและกาแฟถูกนำมาต้อนรับผู้มาเยือน เงาะ มังคุด วางอยู่ข้างหน้าเต็มถัง
&#8220;เรื่องปราชญ์ชาวบ้านนี่ ผมไม่ได้อะไรหรอก [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://southseemag.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%8d%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>บันทึกจากหมู่บ้าน &#8220;คอลอบาแล&#8221;พื้นที่ที่ถูกทำให้เป็นสีแดง</title>
		<link>http://southseemag.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://southseemag.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Jan 2008 09:15:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>southseemag</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://southseemag.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%ad/</guid>
		<description><![CDATA[                                                                                                                                ดาริกา
รถสองแถวสีแดงที่กำลังบรรทุกกลุ่มคนหนุ่มสาวราวเกือบสามสิบกว่าชีวิตผ่านถนนสายปัตตานี - ยะลา มุ่งหน้าเข้าสู่หมู่บ้านหลังเขื่อนบางลาง หมู่บ้านที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังสัญลักษณ์แห่งเทคโนโลยีและการพัฒนา และหมู่บ้านที่ใครๆ ก็บอกว่าเป็นที่สีแดง น่ากลัว จนน้อยคนนักที่จะกล้าเข้าไปในหมู่บ้านแห่งนี้
แต่พวกเราคนหนุ่มสาวที่มารวมกลุ่มพร้อมกันผ่าน &#8220;โครงการนักศึกษาสู่ชุมชนเยียวยาผู้สูญเสีย&#8221; กำลังจะเดินทางมาถึงหมู่บ้านแห่งนี้ แม้ว่าพวกเราจะมาจากเชียงใหม่ ขอนแก่น อุบลฯ กรุงเทพฯ หรือแม้กระทั่งภาคใต้ตอนบน เราอาจมาจากคนละฟากฝั่งของแผ่นดิน แต่เราก็ได้แบกคำถาม ความสงสัย และความใคร่รู้มาจนถึงที่นี่ เพื่อมาสืบค้นเรื่องราวบางอย่างที่ไม่เคยมีใครบอกให้เรารู้เลย เพราะมันถูกบิดเบือนมาตลอดจากผู้กุมอำนาจการสื่อสาร
เราจึงต้องมาหาความจริงที่มาจากปากของผู้ถูกกระทำจริงๆ และเราก็หวังว่าเราจะได้รู้อะไรที่เป็นอีกด้านหนึ่งของความจริงที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านแห่งนี้ &#8220;หมู่บ้านคอลอบาแล&#8221;
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.
กว่าที่เราจะเข้ามาถึงที่หมาย เราต้องผ่านด่านตรวจหลายด่าน ซึ่งถ้าใครได้มาตามถนนสายที่เชื่อมต่อภายในสามจังหวัดชายแดนใต้ ก็คงไม่แปลกใจอะไรนัก กับการได้เห็นด่านตรวจที่มีทหารประจำการอยู่ตลอดเวลา แต่ด่านตรวจสำคัญที่เราผ่านคือด่านตรวจหน้าทางเข้าเขื่อนบางลาง ทหารหน่วยรบพิเศษให้การต้อนรับและพูดคุยดี เพราะรู้จุดประสงค์ที่พวกเรามาที่นี่ก่อนหน้านี้ผ่านทางจดหมายราชการแล้ว
การผ่านด่านนี้จึงไม่มีปัญหาอะไร แต่ด่านสุดท้ายเป็นด่านทางเข้าหมู่บ้าน ด่านนี้มีทหารพรานเป็นคนประจำการอยู่หลายนาย เพื่อนนักศึกษาที่มาสำรวจชุมชนก่อนหน้านี้ เล่าให้ฟังว่า &#8220;พวกนี้พูดจาไม่ค่อยดี และถ้าวันไหนเมาก็จะพลอยโดนหาเรื่องด้วย&#8221;
รถที่พวกเรามาก็ถูกทหารพรานเหล่านี้สกัดไว้ ถามว่าพวกเราเป็นใคร จะเข้าไปหมู่บ้านทำอะไร และถามว่าทำไมพวกเขาไม่รู้เลยว่านักศึกษาจะมา เราจึงต้องยื่นหนังสือราชการให้ทหารเหล่านั้นดู แต่ทหารก็ยังต้องรอการยืนยันจากผู้บัญชาการของเขาก่อน สักพักพวกเราจึงจะเข้าไปข้างในได้ ฉันเห็นทหารบางคนถ่ายรูปพวกเราเอาไว้ คงจะเอาไว้รายงานนายหรือเก็บภาพพวกเราไว้ในแฟ้มบัญชีดำ เช่นเดียวกับที่คนแถวนี้ที่โดนกันถ้วนหน้าแล้วกระมัง
รถสองแถวสีแดงเลยด่านตรงเข้าไปไม่ไกลก็เลี้ยวเข้าไปจอดสนิทอยู่หน้ามัสยิดหมู่บ้านคอลอบาแล ทหารหลายนายเดินเข้ามาหาพวกเราอย่างไม่ไว้ใจ หน้าตาไม่เป็นมิตรนัก โดยเฉพาะทหารพราน (ทหารเสื้อดำ) ที่เดินถือปืนขวักไขว่ไปมาทั่วหมู่บ้าน ส่วนทหารหน่วยรบพิเศษชุดงานมวลชน (ทหารเสื้อลายใส่หมวกสีแดง ) [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://southseemag.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>วิกฤติความสัมพันธ์ไทยพุทธกับมุสลิม</title>
		<link>http://southseemag.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%9e/</link>
		<comments>http://southseemag.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%9e/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Jan 2008 09:00:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>southseemag</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://southseemag.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%9e/</guid>
		<description><![CDATA[                                                                                                                           มะนอนิง สาและ*
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ นับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่มีสัญญาณในทางที่ดีขึ้น เพื่อประกันให้ชาวบ้านเกิดความมั่นใจและวางใจในความปลอดภัย
ต่อชีวิตและทรัพย์สิน นอกจากจะหวาดกลัวต่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ความรุนแรงยังส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตรวมทั้งความสัมพันธ์ของผู้คนที่เคยอยู่ร่วมกันมาอย่างสงบสุขอีกด้วย ข้าพเจ้าเคยหลับตาแล้วย้อนอดีตเราอยู่กันอย่างไร แล้วลืมตาดูปัจจุบันมันเกิดอะไรขึ้นกับพี่น้องในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ความสัมพันธ์ความมีน้ำใจในอดีตที่คนส่วนใหญ่กำลังถามหา มันหายไปไหน
ความสัมพันธ์งดงามในอดีต
ในอดีตชาวไทยพุทธ มุสลิม จีน เคยอยู่ร่วมกันมาอย่างสงบสุข มีกิจกรรมภายในหมู่บ้านก็จะช่วยเหลือกันเสมอมา เช่นประเพณีบูชาชายหาดที่ไทยพุทธ มุสลิมในชุมชนชายทะเลมักจะปฏิบัติกันเป็นประจำทุกปี เพราะชาวบ้านมีความเชื่อว่าสิ่งเลวร้ายต่างๆ จะมากับกระแสลมและกระแสน้ำ ฉะนั้นชาวบ้านจะทำกิจกรรมประเพณีบูชาชายหาด ยกตัวอย่างที่บ้านดาโต๊ะ ชาวบ้านทั้งพุทธมุสลิมจาก รอบอ่าวปัตตานีเช่นบ้านกะดี ,ปานาเระ ,บางปู บานา โต๊ะโสม เป็นต้น จะทำเรือตอเลาะบาลอ
(ตอเลาะแปลว่าผลัก บาลอแปลว่าภัยพิบัติต่างๆ ความหมายรวมหมายถึงผลักดันสิ่งชั่วร้ายให้ออกไป) สำหรับชาวมุสลิมจะมีการละหมาดฮายัดสวดดุอาห์ (สวดขอพร) ให้พ้นจากภัยพิบัติ ส่วนไทยพุทธก็จะมีพระสวดมนต์ ชาวบ้านบางคนพูดติดตลกว่าสมัยก่อนตามภูเขาและชายหาดจะทำพิธีไล่สิ่งชั่วร้ายต่างๆ แต่ปัจจุบันผู้คนนำเอาสิ่งเลวร้ายเข้ามาเช่นเอาผู้หญิงมาทำมิดีมิร้าย (ข่มขืนหรือมีความสัมพันธ์ทางเพศก่อนแต่งงาน) ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดหลักการของศาสนา จึงเป็นเรื่องที่จะต้องได้รับการตอบแทนของพระเจ้า (บุญคุณที่พระเจ้าให้มานั้นเสมือนดังเม็ดฝนที่โปรยลงมาบนพื้นดินที่กินบริเวณกว้าง) ประเพณีเหล่านี้เคยเกิดขึ้น และมันกำลังจะหายไปอย่างช้าๆ
สมัยเด็กๆ ข้าพเจ้าเคยเห็นคนจีน มาเช่าที่ดินของคนมุสลิมที่บ้านละแอ อำเภอยะหา เพื่อทำการเกษตร และข้าพเจ้าก็เคยปั่นจักรยานมาดูหนังที่วัดหน้าถ้ำในงานบวช ในขณะเดียวกันเวลาคนมุสลิมมีงานบุญของมัสยิดคนไทยพุทธช่วยบอกเพื่อนๆ ที่เป็นไทยพุทธด้วยกันไปงานของมัสยิด บางคนก็จะบริจาคสิ่งของต่างๆ เช่นปลา ข้าวสารเป็นต้นอย่างกรณีที่บ้านท่าด่าน ตำบลตะโละกาโปร์ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://southseemag.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%9e/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>